เป้าหมายการเลี้ยงลูกของเรา

เราไม่คาดหวังให้ลูกเราเป็นคนเก่ง แต่ไร้ศีลธรรม
เราไม่คาดหวังให้ลูกเราเป็นคนเก่ง แต่ไม่มีใครชอบ
เราไม่คาดหวังให้ลูกเราเป็นคนเก่ง แต่ไม่มีความสุข
.......................

เราแค่อยากให้เค้า เป็นคนที่ยิ้มได้ในทุกสถานการณ์
เป็นคนที่มองวิกฤติให้เป็นโอกาส
เป็นคนที่ยอมรับความแตกต่าง ใจกว้างต่อสรรพสิ่ง

เราแค่อยากให้ลูกเราเป็นคนดีที่มีที่อยู่ในสังคม...
เราแค่อยากให้ลูกเรารู้จักมีจิตใจที่สงบและมีความสุขกับทางที่เค้าเลือกเดิน

เรามีหน้าที่ ค้นหาศักยภาพและตัวตนของเค้า
ดึงมันออกมา ทำให้เค้าเป็นเค้าที่ดีที่สุด....
ไม่ใช่ให้เค้าเป็นในสิ่งที่เรา "อยากให้เป็น"....

นี่คือ ความตั้งใจของเรา... ^^

วันอาทิตย์ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2553

9 สัปดาห์ 4 วัน (อัพเดทผลจากการตรวจครรภ์รอบที่ 2 ด้วย)

หลังจากที่ไม่ได้อัพหลายวันเลย...ช่วงนี้บีมรู้สึกผ่อนคลายกับการทำงานมากกว่าปกติ (ภาษาแถวบ้านเรียก ขี้เกียจ ^^) คงเป็นอาการปกติของคนท้องนะคะ

แต่ว่าอีกเหตุผลหนึ่งของบีมคือ พยายามไม่ให้ร่างกายเกิดความเครียด เพราะ ร่างกายที่เปลี่ยนแปลงนั้น มีความเครียดในตัวเองอยู่แล้วส่วนหนึ่งค่ะ อารมณ์เลยแกว่งได้ง่าย ๆ ดังนั้น เราต้องกำจัดปัจจัยภายนอกที่เราพอจะทำได้

คือ อย่างนี้ค่ะ ... บีมจำได้ว่า บีมเองเนี่ย เป็นเด็กหน้าตูดเป็ดตั้งแต่เกิด ยิ้มยากมากกก

เพราะตอนคุณแม่ท้องบีมเป็นท้องแรก มีปัญหาหลายอย่างค่ะ ท่านเลยเครียดสูง ข้าวทานไม่ค่อยลงด้วย หลายอย่างด้วย บีมก็เลยเป็นเด็กอารมณ์ผูกตั้งแต่เด็กค่ะ และคิดว่าเป็นปัญหาทางใจและร่างกายมาจนตอนโตนี้

แต่โชคดีเหลือเกินที่คุณแม่ท่านก็พยายามดูแลเราอย่างดีค่ะ บีมเกิดมาก็ครบ 32 คุณแม่ก็พยายามหานู่นนี่มาบำรุงเพราะเห็นเราตัวเล็กตั้งแต่เด็ก...

เรามาเป็นแม่ เราก็รักแม่เรามากขึ้นนะคะ....

ท้อง 9 เดือน สำหรับบีมตอนนี้...ดูเป็นทางที่ยาวไกล...

ต้องลุ้นไปทีละ step

ขั้นแรก ลุ้นว่า ผลตรวจเลือดเป็นไง ... มีเลือดออกก็ลุ้นว่า จะเป็นไรมั้ย และมีอีกหลายอย่างค่ะ

เมื่อเช้าตอนนั่งรอคุณหมอ (มาตรวจที่เชียงใหม่) ก็อ่านหนังสือสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์นี่แหละ อ่านจบไปละ ยังไม่โดนเรียกเลย เหอะๆ

พอมาถึงตอนที่เกี่ยวกับการคลอด...ชวนให้หนาววาบ ๆ

และย้อนนึกไปว่า แม่คงจะเจ็บมากมายเลยตอนที่คลอดเรานั่น....

การที่ท่านตัดสินใจเก็บเราเอาไว้ในท้อง...จนถึงตอนที่เราคลอด ช่างเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญนะคะ
ความกลัวการคลอด คงจะเป็นเรื่องปกติของคนท้องแรก...
แต่ความรักมันมีมากกว่าที่จะทำลายเค้าได้

.....รักแม่อ่ะค่ะ....

อ้อ ลืมเล่าค่ะ

พอดีวันนี้ไปตรวจครรภ์ครั้งที่ 2 พอไปถึง พยาบาลจะวัดความดัน วัดน้ำหนักให้เราก่อนค่ะ และตรวจปัสสาวะ ไม่รู้ว่าหาอะไรนะคะ แต่เค้าจะเอาแถบเล็ก ๆ มีแถบสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ 4 สี มาจุ่มลงไปในปัสสาวะ และก็บอกเราว่า "ปกติค่ะ"

สร้างความงุนงงให้ดิฉันอย่างมาก "อะไรปกติ" แต่ก็ดีแล้วที่ปกติ จบ...ไม่ได้ถามอะไรต่อ

น้ำหนักขึ้นมา 1 กิโล คุณพยาบาลก็จดเอาไว้ในบันทึก

ก็นั่งรอกันไป...โคตรจะหิวเลย กินนมธัญพืชมากล่องเดียว เพราะคิดว่าไปเร็วจะได้ตรวจเร็ว

แต่คิดผิดค่า เพราะว่าเราเป็นคิวแทรก เค้าจะตรวจคิวตามนัดก่อน

เพราะจริง ๆ แล้วคิวบีมคือ วันที่ 9 พ.ค. ค่ะ เวลา 9 โมง แต่วันนั้นคุณแม่ต้องไปอบรมค่ะ บีมเลยต้องอยู่บ้าน เลยขอเลื่อนมาก่อน แต่ลืมแจ้งเค้าให้นัดเวลาให้เราด้วย เง้อ...รอจนเมื่อยเรย

ก็ไม่เป็นไร แต่ก็ห่วงลูก กลัวหิว (เหอะๆ เห่อมาก)

************************

พอเข้าไปนั่งคุยกับคุณหมอ สรุปว่าทุกอย่างโอเคค่า ผ่านฉลุย ยกเว้นผลเลือดจางอ่ะค่ะ

บีมเป็นเลือดจางแบบมีพาหะชนิด E ซึ่งต้องให้พ่อเค้าส่งผลตรวจเลือดมาให้ เพราะเค้าไม่ได้อยู่ในไทย

ซึ่งคุณหมอบอกว่า ถ้าตรวจแล้วเค้าไม่มีพาหะทาลัสซีเมียชนิดเบต้า ก็โอเค ลูกปลอดภัย 100%

************************

กับผู้ชายคนที่เล่าให้ฟัง ก็คือ พ่อของลูกเรานั่นแหละค่ะ
เมื่อสองวันก่อน เค้าก็ส่ง sms มาให้ Take care
พอตอนเช้าของวันถัดมา เราก็คิดว่า ไหน ๆ ก็อุตส่าห์ส่งมารอบที่สองแล้ว ก็รู้สึกขอบคุณนะ เพราะเราก็ด่าไปเยอะ แต่เค้าก็ยังเป็นห่วง

ครั้งที่แ้ล้วไม่ได้ตอบ sms อย่างเดียวกันนี้กลับไป ครั้งนี้ก็ยังส่งมา

ก็อยากเป็นกำลังใจให้เค้าทำดี เลยส่งตอบไปว่าขอบคุณละกัน ชั้นจะไปหาหมอวันพรุ่งนี้

และเค้าก็โทรมาค่ะ ก็คุยกันแบบเปิดอก

เราคุยคนเดียวซะมากกว่า เหอะๆ

ก็บอกเค้าว่า ขอบคุณละกันที่เป็นห่วงนะ
มีอะไรก็คุยกันดิ อย่าแบบว่าหายไปเฉย ๆ
ด่าไปเยอะ เพราะมันเครียด เพราะเธอเล่นลอยแพชั้นคนเดียวเลย มันน่ามั้ย

จุดที่เค้าบอกมาก็คือ เป็นห่วง อยากได้ยินเสียง ยังรู้สึกผูกพัน ยังไม่ได้มีใคร แต่ทำงานหนักมาก แต่ก็สับสน ไม่รู้จะทำไง

เราเลยบอกว่า เออ...คือ ไม่ได้ว่านะที่สับสน แต่ขอให้คุย อย่าเงียบหายไปเฉย ๆ

เราบอกว่า เราเข้าใจ แต่เราก็เสนอทางไปว่า
  1. ถ้ามีคนใหม่ ไม่ต้องมาติดต่อกันอีก คือ คงเป็นได้แค่เพื่อนเลย เพื่อนจริง ๆ แต่ขอให้บอกแค่นั้น ไม่ได้เสียใจถ้าจะมีใหม่ ขอให้บอก
  2. ถ้าไม่ได้มีคนใหม่ ก็ให้เวลาตัวเองก็แล้วกัน จัดการชีวิตตัวเองให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องจะกลับมา คงพูดไม่ได้ เพราะความรู้สึกเราไม่เหมือนเดิมแล้ว
เค้าก็เงียบนะ

และก็บอกว่า ไม่มีใครจริง ๆ ทำงานเหนื่อยมาก หนักมาก
และก็บอกว่า ลูกน่ะ เกิดจากความรักนะ ไม่ใช่เล่น ๆ

โอ่ย...ไม่รู้อ่ะค่ะ ว่าพูดจริง พูดเล่น แต่ก็รู้สึกดี

แต่ก็บอกตัวเองนะว่า อย่าดีใจไป  เพราะ เค้าเองอารมณ์ยังไม่นิ่งพอ และการหวนกลับมาคืนดีกันก็คงยากมาก เป็นไปได้ยาก

สิ่งที่เราโอเคก็คือ ความห่วงใยที่มีก็พอ นอกนั้น ไปจัดการชีวิตของตัวเองให้เรียบร้อยก่อน จะไปทำอะไรก็ทำ เราไม่ได้ว่า

สิ่งที่เราดีใจก็แค่ว่า ก็ยังดีที่ห่วงกันบ้าง ก็ยังดีที่พูดออกมาว่า ลูกเกิดจากความรัก และก็เป็นสิ่งที่เค้าพูดเอง เพราะเราไม่ได้ติดต่อเค้าไปเลยตั้งแต่วันที่ตัดสินใจลาขาดกัน

ดังนั้น ก็อยากจะบอกเพื่อน ๆ ที่เป็น single mom นะคะว่า ...
เราอยู่ของเราแบบมีความสุขไปดีกว่าค่ะ อย่าไปรอให้เค้ามาเติมเต็มอะไรเลย

ถ้าหากเค้าคิดได้ และกลับมา มันก็เป็นกำไรไป
แต่ถ้าหากเค้าไป เราก็เท่าทุน ไม่มีอะไรเสียหาย

ถามตัวเองว่า พร้อมจะทำงานหนักขึ้นมั้ยเพื่อลูก
พร้อมจะวางแผนด้วยตัวเองมั้ย ทั้งการเงิน และการเลี้ยงลูก
พร้อมมั้ยที่จะให้ความรักเค้าด้วยตัวเอง จะเป็นทั้งพ่อ และแม่ให้เค้าได้

ถ้าตัดสินใจแล้ว ก้าวออกมาค่ะ และอย่าได้แคร์ความหลัง...

อย่างเช่นกรณีของเรา
เราไม่แคร์เค้าแล้ว แต่ทำตัวเองให้มีความสุข
เค้ามาแบบนี้ ก็ไม่ต้องไปคาดหวังอะไรมากมาย
ไม่งั้นก็ทุกข์ เพราะเค้าก็ยังคงอ่อนแออยู่มาก

อย่าเอาชีวิตไปแขวนไว้กับใครนะคะ...
ลูกนั้น จำเอาไว้ว่า เค้าอาจจะเคยเป็นผู้อุปถัมภ์เรามาก่อนค่ะ
เค้าจึงมาเกิดกับเราเพื่อให้เราอุปถัมภ์เค้าในชาตินี้

เค้าเลือกเราแล้ว...อย่าได้ไปสนใจว่าใครจะมาสนใจหรือไม่สนใจชั้น...
ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์รักษาอดีตผู้อุปถัมภ์เราให้ดีที่สุดนะคะ

ในสถานการณ์แบบนี้ ให้คาดหวังสิ่งที่แย่ที่สุดที่จะเกิดขึ้นไว้ค่ะ และเตรียมตัว เตรียมใจ เตรียมเงินให้พร้อม แค่นั้นเอง...เพราะถ้ามันออกมาดีกว่าที่แย่ที่สุด มันก็กำไรแล้ว ถูกมั้ยคะ

**********************************

สำหรับผลตรวจวันนี้ ก็โชคดีที่ตอนนี้เรากับพ่อของเด็กก็คุยกันได้บ้างแล้ว เลยขอให้เค้าช่วยไปตรวจเลือดเร็ว ๆ หน่อย เพราะหมอจะนัดทำอัลตร้าซาวน์ใหญ่วันที่ 23 พ.ค. นี้ค่ะ ครบไตรมาสแรก (เร็วจังงงง)

คุณหมอก็ถามว่า มีอาการแพ้ท้องอะไรมั้ย

เราก็บอกว่า ไม่มีอาเจียนค่ะ แต่ว่าจะเกิดอาการเบื่ออาหารปกติทั่วไป กินปลา กินไข่ก็ไม่อยากกิน เห็นแล้วอยากจะอาเจียน

ก็ถามท่านว่า ต้องทานอะไรเสริมมั้ย

คุณหมอก็บอกว่า อ๋อ ไม่เป็นไร เดี๋ยวอาการนี้มันก็หายค่ะ และปรับยาบำรุงมาให้ใหม่ มิรู้ยาอะไร...เม็ดสีม่วงเข้ม ใหญ่กว่าเดิมอีก

ยกแคลเซียม CDR ให้คุณหมอดู ถามว่า ต้องทานเลยมั้ย
คุณหมอบอกว่า เอาไว้ 5 เดือนก่อนค่า ค่อยทานตัวนั้น

อาหารก็ทานปกติไปค่ะ ทานยาบำรุง ออกกำลังเบา ๆ ได้ โยคะได้

แต่ก็บอกคุณหมอเรื่องเจ็บเสียดบ้าง และมีเลือดสีน้ำตาลออกมาประปราย 3-4 วันออกทีทำนองนี้

ถามว่าเป็นซีสต์อะไรมั้ย คุณหมอก็บอกว่า ไม่เป็นนะคะ มันเป็นปกติแบบนั้นล่ะ เกิดขึ้นได้...

แต่ด้วยความกังวลหน่อย ๆ คุณหมอเลยให้ไปซาวน์ดูอย่างเร็วค่ะ

(ดิฉันอยากเห็นค่า ^^ ดีใจที่ได้ซาวน์)

วันนี้คุณลูกโตขึ้นมามาก ๆ ค่ะ

คุณหมอบอกว่า อุ้ย ไม่เป็นไรเลยค่ะ แข็งแรงดีนะ นี่ยังดิ้นไปดิ้นมาเลย

เราเห็นเค้าดิ้นในจอ...ลืมทุกอย่างไปเลยค่ะ มีความสุขมากมาย

เพราะตอนแรก ที่เราทานอะไรไม่ค่อยได้ และครั้งแรกที่มาซาวน์ ตัวเค้าถือว่าเล็กนะ 0.8 mm เอง จริง ๆ เค้าควรต้องกว่านั้น

เมื่อคืนก่อนตรวจ ก็นอนไม่ค่อยหลับค่ะ แอบเป็นกังวลเรื่องผลเลือดกับตัวน้องว่าจะโตขึ้นขนาดไหน

พอเห็นว่าเค้าดิ้นไปดิ้นมา มีหัว มีแขน มีขา ดูร่าเริงเชียว (สงสัยจะเพราะกรี๊ดกร๊าดน้องกันต์ ที่ประกวด The Star เมื่อคืนรึเปล่า)

ไม่รู้ร่าเริงหรืออะไร แต่ดิ้น ๆ ลอยไปลอยมา เห็นแล้วมันดีใจน่ะค่ะ ตัวเค้ายาวขึ้นมากเป็น 2.83 ซม.

ถือว่าประสบความสำเร็จนะ อะไรที่กินไปทำไป ทำให้เค้าแข็งแรงได้และอัพส่วนสูงได้ประมาณนี้ ก็ดีใจนะคะ เพราะนี่ยังไม่ครบเดือนดีเลยค่ะ มาตรวจก่อน ... ก็ทำให้เรายิ้มได้...

แต่ตอนซาวน์ คุณหมอรู้ได้ไงก็ไม่รู้ว่า เราทั้งปวดฉี่และหิวมาก...หรือว่าลูกเราที่ดิ้น ๆ เพราะหิวข้าวเหรอ เหอะๆ ไม่น่า...นะ

และได้รูปที่คุณหมอถ่ายมาให้ค่ะ จะเก็บไว้อย่างดีทีเดียว...

แต่เสียดายที่ตอนนี้อยู่เีชียงใหม่อยู่ เลย scan ให้ดูกันไม่ได้...

*************************************

ก็ยังมีอีกหลายเรื่องให้ลุ้นกันค่ะ เรื่องเพศลูก โรคนั้นโรคนี้

ก็พยายามสวดมนต์ขอให้เค้าแข็งแรง และทำจิตใจให้ร่าเริง ^^

ตอนนี้ไม่รู้จะเรียกเค้าว่าอะไร เลยเรียก Merry ไปก่อน

เพราะคิดถึงเค้าทีไรก็มีความสุขค่ะ ก็คุยก็เล่นกับเค้าทุกวัน ร้องเพลงให้ฟังทุกวัน (ไม่รู้ว่าอยากฟังมั้ย แต่ก็จะร้องนะจ๊ะ 555)

เพราะไปเปิดหาอะไรใน youtube มันเห็นภาพพัฒนาการเด็กในครรภ์

เราเห็นว่า เค้าก็เริ่มรับรู้อะไรได้แล้วแหละ มันจะมีรูปหนึ่ง หน้าหัวเราะคิกคัก เราก็คิดแบบนั้นนะ คิดแล้วก็มีความสุขดี แม้จะยังไม่เห็นเค้าหัวเราะหรือยิ้มค่ะ

แต่เราเชื่อว่า...พลังงานด้านบวกมันส่งผ่านถึงกันได้ ^^

*************************************

บอกได้ว่ารักมากมาย...รักเธอมากมาย
รักทั้งคุณแม่ และ ลูกในท้องค่า....

ขอให้ปลอดภัย และแข็งแรง ๆ

*************************************

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น